พรีมา ไลฟ์ ไทม์ ขายตรงน้องใหม่ร่วมแบ่งเค้ก 5 หมื่นล้าน งัดแผน "ไฮบริด" แจ้งเกิดธุรกิจ
พรีมาไลฟ์ไทม์ ชูแผน'ไฮบริค'แจ้งเกิดธุรกิจ
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
อาบพร รอดบุญ ประธานบริหาร บริษัท พรีมา ไลฟ์ ไทม์ จำกัด
ทิศ ทางที่เป็นบวกของ ธุรกิจขายตรงหรือธุรกิจเครือข่ายในเมืองไทยเพิ่มขึ้น ทั้งในด้านการเจริญเติบโต และมุมมองจากผู้บริโภคให้การยอมรับธุรกิจขายตรงมากขึ้น เห็นจากในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา มีคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจเข้ามาในธุรกิจนี้เพิ่มมากขึ้น จึงเห็นการเปิดตัวของบริษัทขายตรงใหม่ๆ ทั้งที่เป็นของคนไทยและต่างชาติ ที่มองเห็นโอกาสการตลาด เพราะมีเงินเม็ดเงินหมุนเวียนต่อปีกว่า 5 หมื่นล้านบาท "อาบพร รอดบุญ" ประธานบริหาร บริษัท พรีมา ไลฟ์ ไทม์ จำกัด ให้ สัมภาษณ์ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า จากศักยภาพ โอกาส และแนวโน้มของธุรกิจขายตรงที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องปีละ 10% ด้วยมูลค่าตลาดรวมกว่า 5 หมื่นล้านบาท ประกอบกับไลฟ์สไตล์การจับจ่ายของผู้บริโภคที่หันมาใช้ช่องทางของธุรกิจขาย ตรงมากขึ้น และมีแนวโน้มที่จะเติบโตมากในอนาคต ทำให้ตนตัดสินใจขยายเข้ามาในธุรกิจขายตรงแบบหลายชั้น ภายใต้ชื่อ "พรีมา ไลฟ์ ไทม์" เริ่มดำเนินธุรกิจอย่างเป็นทางการในเดือนส.ค.ปีที่ผ่านมา
นั่น ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งของการแตกธุรกิจใหม่ในรอบ 20 ปี จากโรงงานผลิตสินค้า ชื่อว่า "วีแลปส์" เป็นโรงงานที่ได้รับ GMP มาตรฐานสากลจากสถาบัน SGS ฉบับ เอเชี่ยน ไกด์ ไลน์เป็นรายแรกในประเทศไทย มีการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกถึง 90% และมองว่าจากการที่เรามีโรงงานผลิตเป็นของตัวเอง สามารถนำเข้าวัตถุดิบมาผลิตในเมืองไทย จะทำให้ต้นทุนราคาสินค้าถูกลงอย่างน้อย 25% ด้วยจุดแข็งตรงนี้ จึงเชื่อว่าโอกาสที่จะแทรกเข้ามาในตลาดทำได้ไม่ยาก
"เราใช้เวลาหลาย ปีในการศึกษาตลาด และเตรียมความพร้อม ทั้งในเรื่องของบุคลากร สินค้า รวมถึงแผนการตลาด พร้อมวางโพสิชั่นนิ่ง เป็นบริษัทเครือข่ายทางด้านสุขภาพ ด้วยคอนเซปต์ ความเหมือนที่แตกต่าง และความแตกต่างที่ไม่มีใครเหมือน" อาบพรกล่าวย้ำ
ส่วนแผนการตลาดของบริษัท จะเป็นแบบ "มิกซ์แอนด์แมทช์" การนำเอาข้อดีของแผนการตลาดที่มีอยู่ทุกระบบ ไม่ว่าเป็นสแตร์สเต๊ป ไตรนารี่ ไบนารี่ หรือยูนิเลเวล นำมาปรับ จนเป็นแผนตลาดเรียกว่า "ไฮบริค" ที่มีความอเนกประสงค์ สามารถตอบโจทย์กับทุกคนที่เข้ามาที่มีความถนัดแตกต่างกันไป เพราะบางคนเหมาะเป็นนักขาย บางคนเหมาะเป็นนักสร้างโอกาส บางคนเป็นผู้บริโภค ความหลากหลายของแผนจะช่วยให้สมาชิกทุกคนที่เข้ามาร่วมธุรกิจทำงานได้ง่าย สามารถเลือกแผนเหมาะสมกับตัวเอง เป็นจุดที่ทำให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จได้ง่ายขึ้น และยังทำให้พรีมาไลฟ์ ไทม์ รองรับคนได้ทุกกลุ่ม รวมถึงกลุ่มคนในโลกออนไลน์ ที่เรามีการประชุมออนไลน์ ซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ด้วย
อาบพร เล่าให้ฟังอีกว่า ไม่ใช่แค่แผนการตลาดแตกต่าง ยังมีหลักสูตรเข็มทิศดิจิทัล เสมือนเครื่องมือการสร้างความสำเร็จให้กับสมาชิก เพื่อนำทางสู่การเป็นนักธุรกิจอิสระอย่างมืออาชีพที่แท้จริง เพื่อรองรับกับสมาชิกที่มีเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ซึ่งในขณะนี้สมาชิกของเรามีประมาณสองหมื่นกว่าคน และคาดว่าในต้นปีหน้า สมาชิกเติบโตเพิ่มขึ้น 100% ทั้งนี้ เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ ล่าสุดบริษัทใช้งบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ซื้ออาคารบนถนนรัชดา เพื่อเปิดสำนักงานใหญ่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุง ตกแต่งอาคาร คาดว่าแล้วเสร็จในปี 2554
สำหรับสินค้าแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มพรีมาไลฟ์, กลุ่มพรีมาดีว่า ที่เป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และกลุ่มพรีมาเดลี่ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ในกลุ่มของพรีมาไลฟ์นั้น เราได้แยกออกเป็นกลุ่มเสริมอาหารเพื่อสุขภาพ, กลุ่มเสริมอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนักและกลุ่มเสริมอาหารเพื่อความงาม และที่สำคัญจากที่เรามีโรงงานผลิต เพราะฉะนั้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์จึงเป็นเรื่องที่เราสามารถทำได้ทันที เพราะนอกจากเรามีทีมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเราเอง ยังได้รับการสนับสนุนทีมวิจัยจากประเทศญี่ปุ่นและยุโรป ทำให้สินค้าแต่ละตัวที่ผลิตออกมาจะไม่มีใครสามารถลอกเลียนแบบได้ อย่างเช่น จีไรซ์ ได้ใช้เทคโนโลยีพิเศษในขั้นตอนการทำ สเปรย์ไดร์ ทำให้ไม่มีกลิ่นหืน และสำหรับน้ำมันรำข้าว โดยเฉพาะขั้นตอนการสกัดน้ำมันเราใช้วิธีการหีบเย็น โดยที่เราเป็นผู้ผลิตเจ้าแรกในประเทศไทยที่ใช้วิธีการหีบเย็นและบรรจุลงในลิ คแคป ซึ่งจะทำให้ได้น้ำมันรำข้าวที่ใหม่สดและมีค่าแกมม่าออริซานอลสูง
นอก จากสินค้าที่ใช้บริโภคแล้วนั้น เรายังมีโปรแกรมเพิ่มออกซิเจนให้กับผิวหน้าที่เรียกว่าโปรแกรม Aura Bright (ออร่า ไบรท์) และในอนาคตอันใกล้นี้ทางบริษัทจะทำการเปิดพรีมาช็อป เป็นเสมือนซูเปอร์มาร์เก็ตที่จะจำหน่ายสินค้าในกลุ่มของ พรีมาเดลี่ เป็นสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันอีกด้วย
อาบพร บอกว่า เป้าหมายของเธอภายใน 3 ปี คือ การนำพาพรีมาไลฟ์ ไทม์ ขึ้นเป็น 1 ใน 10 บริษัทขายตรงของเมืองไทย และมียอดขาย 1,000 ล้านบาท และก้าวต่อไป การนำพาพรีมาไลฟ์ ไทม์ ขยายไปต่างประเทศ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น